เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งอัณฑะ

ถึงแม้ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมา จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งอัณฑะน้อยรายต่อปี แต่ถึงอย่างไร โรคร้ายชนิดนี้ก็ยังคงสามารถคร่าชีวิตคนหลายต่อหลายคนไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่จะต้องตกเป็นเหยื่อของโรคมะเร็งอัณฑะ ที่แน่นอนเลยก็คือกลุ่มเพศชายที่อยู่ในช่วงวัย 15 – 35 ปี และถึงแม้ว่าจะมีผู้ป่วยน้อยรายที่ต้องเสี่ยงชีวิตไปกับโรคมะเร็งอัณฑะ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มนุษย์เราทุกคนก็ไม่ควรที่จะประมาท โดยเฉพาะโรคร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุก ๆ คน หากเราคิดที่จะรักชีวิตให้มากยิ่งขึ้น หันมาดูแลสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น เฝ้าระวังสุขภาพร่างกายทุกสัดส่วนของตนเองยิ่งขึ้น พฤติกรรมเหล่านี้ย่อมที่จะนำพาเราให้ห่างไกล จากโรคภัยต่าง ๆ ได้ หรือแม้กระทั่งโรคร้ายอย่างโรคมะเร็งโดยตรง เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจึงขอนำเสนอข้อมูลหรือเรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับโรคมะเร็งอัณฑะ ยิ่งถ้าหากคุณรับรู้เรื่องราวของโรคมะเร็งอัณฑะมากเท่าไหร่ คุณก็สามารถที่จะห่างไกลจากโรคนี้ได้มากเท่านั้น

Happy senior citizen having a casual small talk with the friendly doctor

ผู้ที่ต้องเสี่ยงกับการเป็นโรคมะเร็งอัณฑะ

ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งอัณฑะ

ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัว ที่ตกเป็นเหยื่อของโรคมะเร็งอัณฑะ ผู้นั้นอาจจะเกิดอัตราเสี่ยงสูง ต่อการเป็นโรคมะเร็งอัณฑะด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ถ้าหากใครมีสมาชิกในครอบครัว ที่เคยเป็นโรคนี้มาก่อน ก็ควรที่จะระวังและรักษาสุขภาพร่างกายให้ดีที่สุด ตลอดจนกระทั่งควรพบแพทย์อย่างเป็นประจำ เพื่อตรวจสุขภาพร่างกายอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่มีอัณฑะไม่เลื่อนลงถุงอัณฑะ

สำหรับผู้ป่วยที่มีสภาวะผิดปกติทางด้านร่างกายตั้งแต่แรกเกิด โดยเฉพาะสภาวะผิดปกติทางด้านอัณฑะโดยตรง โดยที่อัณฑะไม่เลื่องลงถุงอัณฑะ และยังคงค้างอยู่ในช่องท้องหรือแม้กระทั่งขาหนีบ อาจจะต้องเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอัณฑะด้วยเช่นเดียวกัน

ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอัณฑะ

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี อาจจะต้องพบเจอกับสภาวะความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอัณฑะด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี อาจจะต้องพยายามรักษาสุขภาพร่างกายของตนเอง และระวังเรื่องโรคมะเร็งอัณฑะร่วมด้วย

ลักษณะและอาการ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มักจะพบว่าตนเองมีก้อนแข็ง ๆ ที่อัณฑะ แถมยังคงมีลักษณะโตเร็วและก้อนใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด เพียงแค่ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเจ็บปวดที่อัณฑะแบบตื้น ๆ หรือมีอาการปวดแบบหน่วง ๆ และอาจจะมีอาการปวดตรงช่องท้องน้อยล่าง หรือขาหนีบร่วมด้วย โดยที่บางครั้ง ผู้ป่วยอาจจะมีเลือดออกปนในน้ำอสุจิ หรือมีอาการนมโตและรู้สึกเจ็บนม เป็นต้น

ในส่วนของเรื่องน่ารู้หรือข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งอัณฑะ นับได้ว่ายังมีอยู่อีกมากมาย ยิ่งถ้าหากทุก ๆ คนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะคุณผู้ชายทุกคน ที่อาจจะต้องเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอัณฑะโดยตรง หากคุณผู้ชายหันมาให้ความสำคัญ และพยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งอัณฑะมากยิ่งขึ้น รับรองเลยว่าคุณผู้ชายทุกคนจะต้องได้รับประโยชน์จากข้อมูลหรือเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งชนิดนี้อย่างแน่นอน

มะเร็งเม็ดเลือดขาว มัจจุราชเงียบเฉียบพลัน

คุณเคยดูหนังดูละครกันไหมแล้วเคยร้องไห้ท่วมจอกันหรือเปล่าเมื่อได้เห็นฉากการตายสุดแสนรันทดของนางเอกละครที่คุณรักต้องจบชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่ยังอายุน้อยในอ้อมกอดของพระเอกเสมอๆ เคยสงสัยกันหรือเปล่าว่าโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวคืออะไรแล้วทำไมบรรดานางเอกถึงได้ฮิตเป็นกันจัง วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวจัดได้ว่าเป็นโรคมะเร็งที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยทุกเพศทุกวัยเช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่นๆจัดเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่นอนแต่จากการศึกษาพบว่าน่าจะมาจากหลายสาเหตุร่วมกันทั้งปัจจัยด้านพันธุกรรม  การได้รับสารกัมมันตภาพรังสีในปริมาณสูง โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมีหลายชนิดแต่สามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้  2 ประเภท คือประเภทเฉียบพลันและประเภทเรื้อรัง

4.1

  1. มะเร็งเม็ดเลือดขาวประเภทเฉียบพลัน

เป็นประเภทที่มีความรุนแรงสูง ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากไขกระดูกสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติออกมาเป็นจำนวนมาก   เซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้มีรูปร่างและการทำงานที่ผิดปกติกล่าวคือนอกจากจะไม่ทำหน้าที่จับเชื้อโรคอย่างเช่นเซลล์เม็ดเลือดขาวทั่วๆไปแล้วยังทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่เป็นปกติมีปริมาณลดน้อยลงส่งผลให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย  ผู้ป่วยจะมีอาการหน้ามืด เวียนศรีษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง เหนื่อยง่าย  เกิดสภาวะซีดอันเนื่องมาจากโลหิตจาง อาจบวมหน้าหรือเท้า ติดเชื้อง่าย  เกล็ดเลือดต่ำลงส่งผลให้มีเลือดออกตามไรฟันและผิวหนัง มีจุดเลือดเป็นจ้ำตามตัว มีไข้สูงและมักเป็นๆหายๆบ่อยกว่าคนทั่วไป

  1. มะเร็งเม็ดเลือดขาวประเภทเรื้อรัง

เป็นประเภทที่มีความรุนแรงน้อยกว่าประเภทเฉียบพลัน เนื่องจากไขกระดูกยังสามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดปกติได้  อาการที่ปรากฏจะไม่แน่ชัด แต่ส่วนใหญ่จะม้ามโต น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวประเภทเรื้อรังนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์อย่างเช่นประเภทเฉียบพลันและผู้ป่วยก็มีโอกาสหายขาดมากกว่าอีกด้วย

มะเร็งเม็ดเลือดขาวจะไม่มีการจัดเป็นระยะเหมือนโรคมะเร็งชนิดอื่นแต่แพทย์จะแบ่งตามระดับความรุนแรงตั้งแต่รุนแรงปานกลางไปจนถึงรุนแรงสูง การรักษาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้โรคพัฒนาระดับความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

4.2

                วิธีการรักษา

เป้าหมายของการรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การลดจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีความผิดปกติลงและฟื้นฟูการสร้างเซลล์เม็ดเลือดปกติ วิธีการรักษาหลักๆมีอยู่ 3 วิธี

  1. การทำเคมีบำบัด
  2. การใช้รังสี
  3. การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

ในการรักษาโดยการทำเคมีบำบัดนั้นจะมีผลข้างเคียงทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการคลื่นไส้  อาเจียน  ผมร่วง ส่วนการใช้รังสีรักษาจะมีผลข้างเคียงตรงบริเวณผิวหนังที่ทำการฉายรังสีคือผิวบริเวณดังกล่าวจะแห้งและคัน ส่วนวิธีการรักษาโดยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์นี้เป็นวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดจากโรคสูง  วิธีการคือการนำเอาสเต็มเซลล์ที่มีผู้บริจาคให้มาปลูกถ่าย ซึ่งในการบริจาคสเต็มเซลล์นี้ผู้ที่มีจิตป็นกุศลสนใจจะบริจาคก็สามารถบริจาคได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติหรือสภากาชาดไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางรับลงทะเบียนอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาคโลหิต ผู้ที่บริจาคจะต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงแต่จะมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท เพื่อใช้ในการตรวจวิเคราะห์หาเนื้อเยื่อความเข้ากันได้ให้กับผู้ป่วย 1 ราย ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนที่สูง แต่เมื่อเทียบกับการได้ต่อชีวิตต่อลมหายใจของคนนับว่าเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคลูคีเมียการดูแลตนเองเป็นสิ่งสำคัญโดยต้องใส่ใจกับอาหารที่รับประทานเป็นพิเศษ  อาหารที่รับประทานต้องสะอาดถูกสุขอนามัย งดรับประทานอาหารจำพวกขนมปังซึ่งอาจจะมีเชื้อราปะปนอยู่  ไม่รับประทานผักสดและผลไม้สดอาหารที่รับประทานจะต้องผ่านความร้อนก่อนเสมอ  ทั้งนี้ก็เพราะจากการที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำร่างกายจะไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคใดๆได้เลย อาหารจึงต้องมีแบคทีเรียปะปนให้น้อยที่สุดเพื่อลดภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนจากการรับประทานอาหาร

เป็นอย่างไรกันบ้างคะหลังจากได้อ่านสาระความรู้เรื่องโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่นำมาฝากกัน  อาจจะดูเหมือนเป็นโรคที่มีความร้ายแรงมากแต่ถ้าผู้ป่วยใจสู้เสียอย่างยังไงก็มีทางเอาชนะได้ค่ะสำหรับผู้ที่กำลังป่วยก็ขอมอบกำลังใจขอให้เข้มแข็งและหายจากอาการป่วยได้ในเร็ววันนะคะ

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งไต

โรคมะเร็งไต นับได้ว่าเป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่ง ซึ่งนับได้ว่าเป็นภัยเงียบที่มีผู้คนรู้จักโรคนี้น้อยมาก และส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยมีใครนึกถึงโรคนี้เสียเท่าไหร่นัก เพราะในปัจจุบันหากเทียบกับโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ โรคมะเร็งไตยังคงมีผู้ป่วยน้อยราย ที่จะต้องพบเจอกับอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งชนิดนี้  แต่สำหรับอัตราความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งไตนั้น นับได้ว่ายังคงหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งชนิดนี้อย่างชัดเจนไม่ได้ แต่อย่างน้อย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ต้องเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ มักจะตกอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ และค้นพบสารเคมีต่าง ๆ ภายในร่างกาย จนกระทั่งก่อให้เกิดโรคมะเร็งไตภายในร่างกายโดยตรง ส่วนข้อมูลหรือความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคมะเร็งไตนั้น มีดังนี้ค่ะ

3.1

โรคมะเร็งไตในเด็ก

โรคมะเร็งไตในเด็ก  นับได้ว่าเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ที่พบได้น้อยมาก และเนื่องจากเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ มักจะค้นพบความเสี่ยงน้อยต่อการเป็นโรคมะเร็งไต เพราะฉะนั้น ถ้าหากพบเจอเด็ก ๆ ที่ต้องเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งไต โดยที่ไม่สามารถค้นหาสาเหตุได้อย่างแน่ชัด คงต้องยกเหตุผลที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งไตแก่เด็ก ไปในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย โดยมีความเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ที่เกิดขึ้นโดยตรง แต่ในระยะเวลาที่ผ่านมา กลับค้นพบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งชนิดนี้ ซึ่งเป็นเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ทำให้แพทย์ระบุอย่างชี้ชัด ว่าโรคมะเร็งไตสามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กเล็กอีกด้วย

โรคมะเร็งไตในผู้ใหญ่

สำหรับโรคมะเร็งไตในผู้ใหญ่ มักจะค้นพบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุประมาณ 60-70 ปี ซึ่งโรคมะเร็งชนิดนี้ นับได้ว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยในกลุ่มที่สูบบุหรี่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังคงมีกลุ่มผู้ป่วยที่แพทย์ได้ตรวจพบเจอกับสารเคมีชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแคดเมียม ไตรคลอโรเอทิลีน หรือแม้กระทั่งแอสเบสตอส ซึ่งถ้าหากสารต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ในร่างกายของผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยต้องตกเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งไตได้ในที่สุด

โรคมะเร็งไตพบได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

จากสถิติของผู้ป่วยโรคมะเร็งไต กลับทำให้ค้นพบว่า ผู้ป่วยที่จะต้องพบเจอกับอัตราความเสี่ยงสูง ต่อการเป็นโรคมะเร็งไตนั้น มักจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิงนั่นเอง

สำหรับความรู้หรือข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งไต นอกจากข้อมูลในเบื้องต้นที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังคงมีข้อมูลนอกเหนือจากนี้อีกมากมาย ซึ่งผู้ที่เกิดความสนใจและอยากจะทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งไต สามารถทำการค้นหาข้อมูลได้ผ่านอินเตอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ของโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งในกรณีของผู้ที่สนใจและได้ทำการติดตามข้อมูลอย่างถ่องแท้ มักจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่ศึกษาข้อมูลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

กระบวนการรักษาโรคมะเร็งกระดูก

การเกิดเซลล์มะเร็งที่กระดูก ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากต่อการรักษา เนื่องจากกระดูกนับได้ว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญต่อสัดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของผู้ป่วย อาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามระยะของโรคมะเร็ง เนื่องจากผู้ป่วยจะต้องพบเจอกับอาการเจ็บปวดกระดูกอย่างต่อเนื่อง แต่โชคดีที่ว่าในช่วงระยะแรกเริ่มของการเป็นโรคมะเร็งกระดูก ผู้ป่วยจะยังคงมีอาการทรงตัว และอยู่ในระยะที่อาการเจ็บปวดยังคงอยู่ในลักษณะที่ผู้ป่วยสามารถทนได้

เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ป่วยยังคงทำกิจกรรมหรือกิจวัตรประจำวันได้เช่นเดิม แต่เมื่อระยะผ่านไปไม่นาน หากผู้ป่วยไม่ได้เข้ารับการรักษา เซลล์มะเร็งจะเริ่มลุกลามไปตามอวัยวะอื่น ๆ ภายในร่างกาย และในระหว่างที่เซลล์มะเร็งกำลังลุกลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ผู้ป่วยก็จะมีอาการแย่ลง พร้อมทั้งความเจ็บปวดก็จะมีมากขึ้นจนเป็นลักษณะการเจ็บปวดที่ทรมาน ส่วนทางด้านกระบวนการรักษาโรคมะเร็งกระดูก มักจะมีลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

2.1

1.การตรวจวินิจฉัยเพื่อคัดกรองโรค

ในช่วงแรก หากผู้ป่วยมีอาการที่ไม่แน่ใจ หรือขัดข้องหมองใจ พร้อมทั้งเกิดอาการสงสัยว่าตัวเองจะต้องเสี่ยงกับการเป็นโรคมะเร็งกระดูก ทางที่ดีที่สุดคือ ผู้ป่วยจะต้องหาเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน ซึ่งแพทย์จะทำหน้าที่ในการวินิจฉัยและตรวจอย่างละเอียด เพื่อที่จะทำการคัดกรองโรคมะเร็งกระดูกให้กับผู้ป่วยโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการเอกซเรย์ หรือตรวจชิ้นเนื้อของผู้ป่วย หรือแม้กระทั่งแพทย์จะทำการสแกนกระดูกของผู้ป่วย เพื่อค้นหาโรคที่แท้จริงของผู้ป่วยนั่นเอง

2.เมื่อผลออกมาว่าผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูก

หากผลของการตรวจในครั้งนี้ ปรากฏว่าผู้ป่วยต้องพบเจอกับความโชคร้าย และตกเป็นเหยื่อของโรคมะเร็งกระดูกอย่างแน่ชัด ผู้ป่วยจะต้องเข้าปรึกษาแพทย์อีกครั้ง ซึ่งแพทย์จะวางแผนการรักษาให้กับผู้ป่วยทุกขั้นตอน เพื่อที่จะค้นหาวิธีการรักษาที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วย

3.กระบวนการรักษาด้วยเคมีบำบัด

หากผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ผู้ป่วยจะต้องมีกำลังใจที่เปี่ยมล้น พร้อมทั้งต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่ง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของผู้ป่วยในทุก ๆ ระยะ ว่ามีความพร้อมต่อการเข้ารับการรักษาจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยพร้อม แพทย์ก็จะเริ่มดำเนินการรักษาให้กับผู้ป่วยแบบไม่รีรอ

4.กระบวนการผ่าตัดกระดูก

นอกจากการรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัดแล้ว แพทย์อาจจะทำการรักษาให้กับผู้ป่วย ด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกส่วนที่เป็นโรคมะเร็งออกไป ซึ่งทางผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเซลล์กระดูกส่วนใหญ่ มักจะมีชีวิตอยู่รอดได้ในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีเท่านั้น หากแพทย์ได้ทำการวินิจฉัยและทำการรักษาให้กับผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ กระบวนการรักษาโรคมะเร็งกระดูก ผลของการรักษานั้น จะต้องขึ้นอยู่กับชนิดของโรคมะเร็งกระดูกแต่ละชนิดด้วย อีกทั้งยังคงมีระยะของโรคที่แพทย์ได้พบเจอ ว่าผู้ป่วยกำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งในระยะไหน และต้องทำการรักษาในรูปแบบไหน นั่นเอง

7 วิธีดูแลตัวเองให้ไกลจากมะเร็งในแบบพื้นฐานง่ายๆ

จริงอยู่ที่โรคมะเร็งเราจะไม่สามารถหาวิธีป้องกันได้ แต่หากเราดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอหรือดูแลตัวเองในแบบพื้นฐานให้เหมาะสมถูกต้องก็สามารถห่างไกลจากการเป็นมะเร็งได้เช่นเดียวกัน อยากรู้กันไหมคะว่าเราควรดูแลสุขภาพอย่างไรให้ไกลมะเร็ง หากพร้อมแล้ว รีบมาติดตามดังนี้เลยค่ะ

1.1

1.กินอาหารที่มีประโยชน์ทุกวัน

ใครที่กลัวเป็นมะเร็งคุณรู้ไหมคะว่าพฤติกรรมการกินอาหารนี่แหละที่จะทำให้เราเป็นโรคร้ายนี้ได้ เพราะหากเรากินอาหารขยะ กินอาหารผิดๆ ที่ไม่มีประโยชน์ก็ย่อมนำมาซึ่งโรคร้ายและก่อให้เกิดเซลล์ที่ผิดปกติจนกลายมาเป็นมะเร็งในที่สุดได้นั่นเอง เพราะฉะนั้น อาหารต้านมะเร็งหลายชนิดจึงมักอยู่ที่ผักผลไม้สีเข้มๆ นั่นเอง ยิ่งเน้นกินผักใบเขียวหรือผักสีเข้มมากๆ ยิ่งดีเลยล่ะ และควรกินทุกวันด้วยนะคะ ผักผลไม้เหล่านี้มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงค่ะ มันจะช่วยต่อต้านการเกิดเซลล์ผิดปกติและชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ ทั้งยังสามารถต้านเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี

2.กินสมุนไพรบ้าง

นอกจากผักผลไม้แล้ว เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าอาหารดีๆ อย่างสมุนไพรไทยนั้นก็มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งเช่นเดียวกัน เช่น ขิง ข่า พริก พริกไทย หอมและกระเทียม เป็นต้น รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมหยิบเอาผักต่างๆ เหล่านี้มาปรุงเมนูอาหารแสนอร่อยของคุณกันบ้างนะคะ

1.2

3.หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อสารมะเร็ง

อาหารที่อาจก่อให้เกิดสารพิษในร่างกายล้วนแล้วแต่จะก่อเซลล์มะเร็งตัวดีเลยล่ะ เช่น อาหารหมักดอง อาหารกระป๋องที่มักมีสารสังเคราะห์ต่างๆ บรรจุมาด้วย อาหารที่ต้องอุ่นด้วยไมโครเวฟ อาหารจากกล่องโฟมและอาหารปิ้งย่าง เป็นต้น อาหารเหล่านี้เมื่อกินบ่อยๆ ย่อมนำโอกาสของเกิดเป็นมะเร็งมาสู่ร่างกายคุณแน่นอน ดังนั้น รู้แล้วรีบเลี่ยงกันดีกว่าเนอะ

4.ดื่มน้ำสะอาดมากๆ

น้ำสะอาดเราควรดื่มวันละ 8 – 10 แก้วค่ะ เพราะน้ำนั้นมีส่วนทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ปกติ รักษาสมดุลของร่างกายและยังทำให้เซลล์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ร้าย นอกจากนี้ น้ำยังมีส่วนในการขับล้างสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อดื่มน้ำมากๆ ยังช่วยชะล้างของเสียออกจากปัสสาวะและทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานคล่องตัวทุกวัน จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ด้วย

1.3

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้เราได้ค่ะ เพื่อนๆ จึงควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 – 4 วันๆ ละประมาณ 30 – 40 นาที เป็นอย่างน้อย หากทำได้ตามนี้ รับรองสุขภาพดีห่างไกลจากโรคร้ายทุกโรคได้แน่นอน

6.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

เพราะการนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้อวัยวะต่างๆ เกิดการซ่อมแซมตัวเอง ส่วนที่สึกหรอก็จะได้รับการฟื้นฟูให้แข็งแรงและกลับมาเป็นปกติขึ้น แน่นอนค่ะว่ามันจะป้องกันไม่ให้เซลล์ร้ายเข้ามาเยือนได้ง่ายอีกด้วย แต่จะต้องเข้านอนไม่ดึกเกินไปนะคะ นอนสักประมาณ 4 ทุ่มนับว่ากำลังดีค่ะ

1.4

7.ไม่เครียด

ความเครียดเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งต่างๆ อีกมากมาย เรียกว่ามันเป็นตัวการของการเกิดโรคร้ายได้ดีทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เพื่อนๆ คนไหนไม่อยากเครียดกันล่ะก็ แนะนำให้หันมาปล่อยวาง ทำใจให้สบาย อาจจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ เล่นโยคะ อ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมที่คุณชื่นชอบเป็นการผ่อนคลายตัวเอง เมื่อไม่เครียดร่างกายก็จะไม่เจ็บป่วยง่ายและฮอร์โมนยังทำงานปกติ แถมยังเป็นการห่างไกลจากโรคมะเร็งร้ายได้ด้วยนั่นเอง

จะเห็นได้ว่านี่คือวิธีการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานเพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคร้ายได้ดีทั้งสิ้นเลยล่ะ เพื่อนๆ คนไหนที่กลัวแม้แต่จะเป็นโรคมะเร็ง บอกได้เลยว่าทำตามนี้แล้วแม้แต่มะเร็งก็จะไม่กล้ามาเยือนง่ายแน่นอน

 

ตั้งน้ำตก น้ำพุ หน้าบ้านเพื่อเสริมโชคลาภตามหลักฮวงจุ้ย

5.1

ปัจจุบันคนนิยมหันมาตกแต่งบ้านด้วยน้ำตก น้ำพุ กันมากขึ้น ซึ่งตามหลักของฮวงจุ้ยกล่าวว่าจะทำให้มีโชคลาภ นำพาความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการตกแต่งครบครบทั้ง 5 ธาตุคือ ดิน น้ำ ทอง ไม้ และไฟ  จะเกิดเป็นมหาโชคลาภกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเรามาตกแต่งบ้านด้วยน้ำตกน้ำพุตามหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่าค่ะ

แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า การติดตั้งน้ำตก น้ำพุนั้นถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ถ้าบังเอิญตั้งถูกก็จะเกิดโชคลาภตามที่หวัง แต่ถ้าไม่ใช่ ผลที่ได้อาจจะตรงกันข้ามเลยทีเดียวก็ได้  วันนี้เรามีเคล็ดลับการตั้งน้ำพุและน้ำตกที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ

การตั้งน้ำตก

ปัจจุบันมีน้ำตกแบบสำเร็จรูปให้เลือกซื้อมากมาย หรือใครมีฝีมือก็สามารถทำเองได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีซื้อสำเร็จรูปหรือทำเองก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อติดตั้งคือ ทิศทางการไหลของน้ำ ต้องให้ไหลเข้าหาตัวบ้าน บ่งบอกถึงการพาเงินพาทอง พาโชคลาภเข้าบ้าน หากตั้งให้ทิศทางของน้ำไหลออกจากตัวบ้านก็จะทำให้เงินทองไหลออก ดังนั้นหากใครเกิดปัญหาติดขัดเงินทอง ลองสังเกตน้ำตกที่ติดตั้งว่ามีทิศทางการไหลของน้ำออกจากตัวบ้านหรือไม่ ถ้าใช่รีบแก้ไขเสีย แล้วโชคลาภเงินทองจะสะดวกขึ้นแน่นอนค่ะ

5.2

การตั้งน้ำพุ

การตั้งน้ำพุทำได้ง่ายกว่าการติดตั้งน้ำตก เพราะไม่ต้องคำนึงถึงทิศการไหลของน้ำว่าจะต้องไหลเข้าออกจากตัวบ้าน ขอเพียงแต่ให้น้ำพุไหลพุ่งขึ้นบนแล้วตกลงมา แสดงถึงโชคลาภเงินทองที่พวยพุ่งขึ้นมา น้ำพุยิ่งสูงยิ่งแรง แสดงถึงโชคลาภที่มาก ที่เข้ามาอย่างเร็วและแรง ดังนั้นหากน้ำพุของคุณพุ่งต่ำและดูว่ามีแรงพุ่งของน้ำน้อย ก็ต้องปรับแรงดันน้ำพุซะใหม่ ยิ่งแรงยิ่งดีเลยค่ะ

การตั้งน้ำตามหลักของฮวงจุ้ย หมายถึงน้ำตกและน้ำพุเท่านั้น เพราะเป็นน้ำที่ไม่หยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ก็เหมือนกับการพาโชคลาภเงินทองเข้าบ้านตลอด มาอย่างไม่ขาดสาย ใครที่ตั้งบ่อน้ำนิ่งไว้หน้าบ้านต้องรีบหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ระวังเงินทองจะนิ่งตามน้ำที่อยู่ในบ่อ   อีกเรื่องที่สำคัญมากก็คือควรตั้งบ่อน้ำไว้ทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เพราะเป็นทิศของธาตุน้ำ ไม้ และทอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกันและกันได้เป็นอย่างดี ส่วนทิศใต้ไม่ควรตั้งเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะ เพราะมันจะทำให้โชคลาภไหลออกจากบ้านและนำเงินทองไหลออกไปด้วยนั่นเอง

 

แต่งบ้านให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย

6.1

ฮวงจุ้ย  คือ ศาสตร์แห่งทำเลที่ตั้งของที่อยู่อาศัย  โดยอาศัยหลักการแห่งความกลมกลืนกับทางธรรมชาติสร้าง สภาวะปรับสมดุล  เพื่อผู้ที่อยู่อาศัยเป็นสุข  วันนี้เราได้รวบรวมหลักการแต่งแต่ละห้องของบ้าน สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ เพื่อให้สมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้านมีสุขภาพกายใจที่สมบูรณ์ มีชิวิตรุ่งเรืองตามหลักของฮวงจุ้ย

บ้าน 

ลักษณะของบ้านที่ถูกต้องตามหลักของฮวงจุ้ยนั้น มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรมีถนนวิ่งตรงเข้าสู่บ้าน ไม่ควรมีเสาตรงหน้าบ้าน ไม่ควรมีต้นไม้ตรงประตูบ้าน ไม่ควรมีประตูตรงกัน 2 ประตูเป็นทางผีผ่าน ไม่ควรมีประตูหน้าบ้านประจันหน้ากับประตูบ้านอื่น ไม่ควรมีประตูบ้านที่เล็กเกินไป เงินเข้าน้อยและไม่ควรมีประตูบ้านตรงกับรถจอดพอดีเงินรั่วไหล ลองสำรวจบ้านของคุณดูนะคะ ว่ามีสิ่งต้องห้ามเหล่านี้อยู่หรือไม่

ห้องนอน

มีข้อควรระวังสำหรับห้องนอน ตามหลักของฮวงจุ้ย ห้องนอนเจ้าบ้านควรมีขนาดใหญ่ อยู่ทิศตะวันออกหรือกลางบ้าน จะทำให้มีความอบอุ่นมากขึ้น ห้องนอนไม่ควรมีตรงประตูกัน ห้องนอนไม่ควรอยู่ติดกับห้องครัว จะร้อนและสุขภาพไม่ดี ประตูห้องนอนไม่ควรตรงกับบันได ผีผ่าน ประตูห้องนอนไม่ควรตรงกับประตูห้องน้ำ จะทำให้ทุกข์ใจและสุขภาพเสีย
ห้องนอนของคู่ชีวิตควรอยู่ทางทิศตะวันตกของบ้าน หันหัวทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้ร่มเย็นเป็นสุขและชีวิตคู่มีความสุขมากขึ้นค่ะ

ห้องครัว

มีข้อควรระวังตามหลักฮวงจุ้ย คือ ห้องครัวควรอยู่หลังบ้าน จะส่งผลดีต่อครอบครัว ห้องครัวไม่ควรมองเห็นชัดเจน ส่งผลให้ไม่มีสุขและเป็นโรคอ้วนได้ เตาไฟ ไม่ควรวางติดกับหน้าต่าง จะทำให้เกิดอุบัติภัยได้และเป็นโรคได้ แต่อาจแก้โดยใช้ม่านปิด ไม่ควรนำเตาไฟติดกับอ่างน้ำจะทำให้วุ่นวาย เตาไฟควรวางทะแยงประตูเข้าจะทำให้เงินมากขึ้น เตาไฟควรจัดให้เป็น เลขคี่ จะเป็นสิริมงคล ร่ำรวย และห้องครัวควรมีช่องระบายอากาศให้สมดุล ธาตุลมจะทำให้ครอบครัวไม่วุ่นวาย ลองจัดห้องครัวของคุณให้เป็นตามฮวงจุ้ยดูนะคะ

ห้องน้ำ (ถูกฮวงจุ้ย) นำโชคดีมาให้

ห้องน้ำควรสะอาด จะส่งผลให้ครอบครัวมีสุข ห้องน้ำไม่ควรตรงกับประตูห้องนอน ส่งผลร้ายต่อบ้าน ห้องน้ำไม่ควรใหญ่เกินห้องกับข้าวจะทำให้ลูกหลานขี้เกียจ โถชักโครก ควรใช้สีถูกโฉลกกับเจ้าของบ้านตามสีของธาตุ จะทำให้เฮงๆ ประตูห้องน้ำ ควรมีฉากกั้นรูปวิว จะทำให้บ้านอยู่เย็นเป็นสุข โถส้วม ควรเล็กกว่าที่อาบน้ำ ห้องน้ำควรมีแสงสว่าง 2 ดวง ส่งผลให้ครอบครัวเจริญรุ่งเรือง และนี่คือสีประจำธาตุของแต่ละคน เลือกใช้สีตกแต่งห้องน้ำให้ถูกโฉลกนะคะ

ธาตุทอง สีประจำธาตุคือ สีทอง สีเงิน สีขาว สีที่เสริมธาตุคือ สีเหลือง
ธาตุดิน สีประจำธาตุคือ สีเหลือง สีที่เสริมธาตุคือ สีแดง ชมพู
ธาตุไฟ สีประจำธาตุคือ สีแดง ชมพู สีที่เสริมธาตุคือ สีเขียว
ธาตุไม้ สีประจำธาตุคือ สีเขียว สีที่เสริมธาตุคือ สีดำ
ธาตุน้ำ สีประจำธาตุคือ สีดำ สีที่เสริมธาตุคือ สีทอง สีเงิน สีขาว
ฮวงจุ้ย ไม่ใช่เรื่องโบราณและงมงาย แต่เป็นหลักการที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ บ้านของคุณไม่ว่าจะเป็นลักษณะใด ก็สามารถปรับและตกแต่งให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมจัดบ้านของคุณให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยกันด้วยนะคะ เพราะฮวงจุ้ยไม่เพียงแต่นำโชคลาภมาสู่บ้านเท่านั้น แต่ยังทำให้บ้านดูมีเสน่ห์สวยงามและน่าอยู่อีกด้วย

 

 

แต่งบ้านให้สวยถูกใจทุกคนในบ้าน

7.1

คงจะน่าภูมิใจไม่น้อย ถ้าเราตกแต่งบ้านสวยถูกใจเรา ถูกใจทุกคนในบ้าน รวมทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของแขกผู้มาเยือนอีกด้วย ฟังดูยากนะคะ แต่จริงๆ ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงรู้จักนำสิ่งของที่ถือเป็นไฮไลท์ เป็นของรักของหวง เป็นสิ่งของหายาก ของสะสมแปลกๆ หาชมยาก หรืออาจเป็นรางวัลที่ได้มาอย่างยากลำบากของสมาชิกในบ้าน มาจัดตกแต่งให้กับบ้านได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว  เป็นยังไง มาดูไอเดียกันค่ะ

ประหยัดพื้นที่ด้วยชั้นวางของติดผนัง

ชั้นวางของติดผนังเป็นของแต่งบ้านอีกชิ้นหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับการจัดวางของโชว์สไตล์ความเป็นตัวตนของคุณ ซึ่งมีหลากหลายลักณะให้เลือกมาแต่งบ้านกัน แต่แบบไหนจะสวยและถูกใจคุณมากที่สุด ก็ต้องเลือกกันเองแล้วล่ะค่ะ แต่ก็อย่าลืมเลือกที่เป็นสไตล์ของตัวเองที่สุดด้วยนะ

แขวนรูปภาพสวยๆ บนกำแพง

การแขวนรูปภาพที่เป็นธรรมชาติ หรือภาพแห่งความทรงจำแสนหวานไว้บนกำแพง แต่งพื้นที่ผนังภายในบ้านด้วยนาฬิกาขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ไม่ว่าจะเลือกใช้อะไรในการตกแต่ง ลองใช้ความเป็นตัวตนคุณเป็นเครื่องนำทาง เพราะนี่แหละคือสิ่งที่เปลี่ยนให้ที่อยู่อาศัยกลายเป็น “บ้าน” อย่างแท้จริง มีรูปภาพไหนที่เป็นภาพในดวงใจหรือภาพที่โดนใจคุณสุดๆ อย่าลืมเอามาแขวนที่ข้างกำแพงเพื่อเพิ่มความโดดเด่นและความสวยงามให้กับบ้านกันด้วยนะคะ

7.2

กรอบรูปแห่งความทรงจำ

กรอบรูปชุดไอเดีย ไอเดียแต่งบ้านแนวใหม่ที่สามารถใส่ภาพแห่งความทรงจำให้อยู่ในเซตเดียวกัน ดูดีและคลาสสิค มีการไล่ขนาดของกรอบรูปให้ดูมีลูกเล่นไม่น่าเบื่อเลยหรือจะเป็นภาพกรอบลอย ภาพแต่งบ้านติดผนังที่เนื้อภาพมีความละเอียดเพราะปริ้นจากเครื่องปริ้นสตูดิโอ และมีการติดบนไม้อัดเต็มแผ่น ทำให้ภาพมีอายุการใช้งานที่ทนทาน ติดผนังบ้านคุณให้สวยไปอีกหลายสิบปี เป็นไอเดียเก๋ๆสำหรับคนรักบ้านที่ชอบภาพธรรมชาติ ภาพเสริมฮวงจุ้ย หรือภาพแนวอาร์ตๆ มากที่สุดเลยล่ะ

บ้านนอกจากจะตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งเหมาะสม สิ่งแวดล้อมดี อยู่สบาย การตกแต่งบ้านก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้น การตกแต่งบ้านที่ทำให้สมาชิกในบ้านถูกใจ ทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบแก่แขกผู้มาเยือน ผู้ตกแต่งจะรู้สึกมีความสุข ภาคภูมิใจกับฝีมือและไอเดียที่บรรจงสร้างสรรค์ตกแต่ง สิ่งของที่นำมาตกแต่งไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง เพียงแค่เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนในบ้านรู้สึกผูกพัน เป็นเจ้าของร่วมกัน แค่นี้ที่อยู่อาศัยก็คือ “บ้าน”  อย่างแท้จริง

แต่งห้องนอนสไตล์วัยรุ่น แต่งยังไงให้สวยโดนใจ

8.1

ไอเดียกิ๊บเก๋วันนี้ขอเอาใจวัยรุ่น ด้วยการชวนจัดตกแต่งห้องนอนให้กับวัยรุ่นแต่ละสไตล์ อินเทรนด์ ไม่ซ้ำแบบใคร ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหนอนหนังสือ วัยรุ่นหัวใจติสต์ วัยรุ่นผู้มีดนตรีอยู่ในสายเลือดหรือวัยรุ่นนักกีฬา มาดูกันเลยดีกว่าเราจะตกแต่งห้องนอนอย่างไรให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองดี

ห้องนอนวัยรุ่นหัวใจติสต์

แทบไม่ต้องบรรยายกันเลยทีเดียว สำหรับห้องนอนสไตล์อาร์ทติสต์  การใช้สีแนวขาวดำที่ไม่ดูทึบ ประดับผนังด้วยรูปภาพของศิลปินคนโปรด  เก้าอี้สีขาวนั่งนุ่มสบายและเตียงนอนที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร ซึ่งจะเหมาะกับหนุ่มสาวสไตล์อาร์ทตติสต์มากที่สุดเลยล่ะ

ห้องนอนวัยรุ่นหนอนหนังสือ

วัยรุ่นที่รักการอ่านหนังสือ คงชอบห้องนอนสไตล์นี้ โปร่ง โล่ง มีแสงสว่างเพียงพอ ภายในห้องใช้สีเขียวสบายตา เข้ากันได้กับแนวอบอุ่นอย่างสีส้ม สีน้ำตาลอ่อนของพื้นและสีอ่อนๆ ของผนัง ทำให้ห้องมีสีสันแต่ไม่ฉูดฉาด ชั้นวางหนังสือที่สามารถเก็บหนังสือได้มากจุใจ กับโต๊ะอ่านหนังสือดูน่าสบาย สามารถนั่งอ่าน ทำการบ้านได้อย่างสุขใจหรือจะนอนอ่านบนเตียงก็ได้ไม่ผิดกติกา แถมด้านหนึ่งของห้องนอนยังเป็นกระจก มองเห็นสีเขียวๆ ของต้นไม้ด้านนอก พอได้พักสายตาและผ่อนคลายกันอีกด้วย นอกจากนี้ห้องนอนแบบนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เราอยากอ่านหนังสือมากขึ้นอีกด้วยนะ

8.2

ห้องนอนวัยรุ่นผู้มีดนตรีอยู่ในสายเลือด

ห้องสีขาวสะอาดตา ถูกจัดให้แต่ละมุมมีเครื่องดนตรีชิ้นโปรดของเจ้าของห้อง ที่พร้อมจะเล่นได้ทันที เข้ากันกับโต๊ะอ่านหนังสือสีขาว ไม่เพียงแต่มีใจรักในดนตรี แต่ยังให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือด้วย แต่อย่าจัดห้องจนดูรกตาจนเกินไปนะ เพราะอาจจะทำให้หมดอารมณ์ศิลปินเนื่องจากห้องรกได้นะเออ

ห้องนอนวัยรุ่นนักกีฬา

ภายในห้องมีอุปกรณ์ที่พร้อมให้เจ้าของห้องลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสายได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นกระสอบทราย แป้นชู๊ตบาสครบชุด หรือบันไดปีนป่าย อย่าลืมว่าห้องสไตล์นักกีฬานี้จะต้องออกแบบให้มีความสูงค่อนข้างมากที่เดียว เพราะต้องใช้เนื้อที่มากในการทำกิจกรรมโปรด รวมทั้งความโปร่งของห้องก็สำคัญ หลายคนอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการทำห้องนอนให้เป็นห้องเล่นกีฬามากนัก แต่นี่ล่ะใช้สไตล์ของนักกีฬาเลยล่ะ

หวังว่าคงถูกใจวัยรุ่นบ้างไม่มากก็น้อย หรืออาจจะเป็นไอเดียสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกสาว ลูกชายที่อยู่ในช่วงวัยเรียน วัยรุ่น ก็สามารถนำไอเดียการแต่งห้องนอนนี้ไปประยุกต์ให้เข้ากับห้องนอนลูกๆ ของท่านได้ จะเป็นวัยรุ่นแบบใดก็อย่าลืมทำดี คิดดี และทำตนให้เป็นประโยชน์กับสังคมนะคะ

เพิ่มขนาดห้องกินข้าวโดยไม่ต้องต่อเติม

9.1

ห้องกินข้าว นอกจากจะเอาไว้นั่งทานข้าวสบายๆ ชิลล์ๆ กับสมาชิกในบ้านแล้ว บางโอกาสยังใช้เป็นห้องพูดคุย พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ได้อีก บางบ้านอาจมีทีวีไว้ดูเพลินๆ ขณะทานข้าวอีกด้วย ถือเป็นห้องพักผ่อนหย่อนใจได้อีกห้องหนึ่งเหมือนกัน ห้องกินข้าวจึงควรเป็นห้องที่ดูกว้างขวาง ปลอดโปร่งและสะดวกสบาย สำหรับบางบ้านห้องทานข้าวอาจจะไม่ใหญ่โต รองรับเพื่อนฝูงได้ไม่มากนัก อย่าเพิ่งกังวลใจเราสามารถทำให้ห้องกินข้าวเล็กๆ ของคุณดูกว้างขวางได้ โดยอาศัยเทคนิคการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ต้องเสียเงินขยับขยายต่อเติมแต่อย่างใด แถมยังได้ห้องกินข้าวที่กว้างขวางและมีบรรยากาศเหมาะกับการกินข้าวมากที่สุดอีกด้วย

ปิดสิ่งของที่ไม่น่ามอง

สิ่งใดที่คิดว่าไม่น่ามอง หรือแม้จะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ แต่ถ้าหากไม่น่าดูเอาเสียเลย ก็ควรหาผ้าคลุมมาปิดเอาไว้ ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยลดพื้นที่ใช้สอยมากมาย แต่ก็ช่วยให้ห้องกินข้าวมีบรรยากาศที่สวยงาม และดูกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะของปกปิดสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว หรือสีพาสเทล เพราะสีเหล่านี้จะช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวางได้ดีและยังให้บรรยากาศที่น่ากินข้าวมากที่สุดอีกด้วย

จัดของให้เข้าที่

ไม่ว่าจะเป็นกล่องใส่ของ ตะกร้าของกินหรืออะไรก็ตาม ควรรวบรวมเอาไว้ในที่เดียวกันและจัดเข้ามุมหรือเก็บเข้าตู้ให้เรียบร้อย ส่วนในตู้เก็บของเองก็ควรแบ่งพื้นที่สำหรับเก็บแยกสิ่งของต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อความสะดวกในการค้นหาและหยิบใช้ แค่นี้ก็จะเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องกินข้าวได้บ้างแล้วล่ะ

9.2

ตกแต่งด้วยสีเดียวกับผนัง

แม้การตกแต่งห้องกินข้าวด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันแตกต่างออกไปจากสีผนังจะทำให้ห้องกินข้าวดูสดใสสวยงาม แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ห้องกินข้าวดูแคบลงไปถนัดตา ดังนั้นหากต้องการให้ห้องกินข้าวดูกว้างขวางอย่างที่ต้องการ ก็ควรจะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเดียวกับสีของผนัง เพื่อทำให้ทั้งหมดกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด แต่ถ้าให้ดีเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิ้วอินท์จะดีกว่านะคะ เพราะมีขนาดกะทัดรัดประหยัดพื้นที่ และมากไปด้วยประโยชน์ในการใช้งานอีกด้วย

การขยับขยายพื้นที่ในห้องกินข้าวอาจไม่จำเป็นต้องทำการรีโนเวท สร้างทุบ หรือต่อเติมใหม่เสมอไป เพราะแค่ปรับเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องด้วยเทคนิคเหล่านี้ เช่น เปลี่ยนสีเฟอร์นิเจอร์เพิ่มลวดลาย หรือจัดของให้เข้าที่ ก็สามารถทำให้ห้องกินข้าวดูกว้างขวางกว่าที่เคยได้แล้ว แถมยังทำให้ห้องกินข้าวมีบรรยากาศที่เหมาะกับการกินข้าวมากกว่าเดิมอีกด้วยนะ